วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การรับสมัครนักเรียน ม. 1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2555

การรับสมัครนักเรียน ม. 1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2555
มีการเลื่อนระยะเวลามาด้วยสาเหตุวิกฤตการณ์ำน้ำท่วม ปี 2554 เป็นหลัก อนึ่ง ในการรับสมัครนักเรียนในทั้งสองระดับชั้น จะแบ่งเป็นห้องเรียนพิเศษ คือ GIFTED และ EP 
ส่วนห้องเรียนปรกติ คือห้องที่อิงคะแนน ONET เป็นสำคัญ
โดยในปีการศึกษา 2555 มีรายละเอียดการรับสมัครที่ต่างจากปีก่อนๆ คือ การดูคะแนน ONET ของนักเรียนก่อนที่จะมาสมัครเรียนในระดับชั้นที่ต้องการศึกษาต่อเป็นสำคัญด้วย

สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/chonchaiclub


วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

หมอยืนยัน สาวๆ ที่เสพ"ยาไอซ์"หลงผิด เพราะเชื่อผิวขาวหุ่นสวย

สาวเสพ"ไอซ์"หลงผิดเชื่อผิวขาวหุ่นสวย

"ริมฝีปากแห้งแดง ชอบเลียริมฝีปากตลอดเวลา ไม่ชอบอยู่นิ่งขยับตัวไปมา ชอบพูดคุยสนุกสนาน หน้าเคลิ้มๆ แต่ถ้าต้องการยาจะหงุดหงิด"


"ขาดการควบคุมร่างกาย...ต้องการสนุก...ปล่อยตัว...มั่ว..เจอมาแล้วคร้าบบบ"

"ทำให้ตื่นตัว ไม่เหนื่อยล้า รู้สึกเคลิ้มฝัน อยู่นิ่งไม่ได้ นอนไม่หลับ เชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเสพหนักจะเพิ่มความต้องการทางเพศด้วย"

ในโลกอินเทอร์เน็ตมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแชทหรือพูดคุยถึงวิธีสังเกตอาการของ "สาวยาไอซ์" หลายคนเชื่อว่าการเสพยาไอซ์ซึ่งเป็นยาเสพติดราคาแพงนั้น ไม่เหมือนกับติดยาเสพติดทั่วไป เพราะช่วยให้ผิวพรรณผ่องใสและผอมหุ่นดี !?!

"พิทยา จินาวัฒน์" ที่ปรึกษาสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้ข้อมูลน่าตกใจว่า ทุกวันนี้มีคนไทยเกี่ยวข้องกับวงการยาเสพติดมากถึง 8-9 แสนคน ชนิดและส่วนผสมของยาเสพติดเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามความปรารถนาของตลาด แต่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เศรษฐีคนมีสตางค์ เรียกว่ายอดขายแซงหน้ายาบ้าคือ "ยาไอซ์" โดยเฉพาะในหมู่สาววัยรุ่น ที่เชื่อกันว่าเสพยาไอซ์แล้วไม่ติด แต่จะทำให้ผอม ผิวพรรณผ่องใส ความเชื่อผิดๆ ดังกล่าวทำให้มีเด็กสาวกลายเป็นผู้เสพหน้าใหม่เพิ่มขึ้นหลายหมื่นคน
ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดระบุว่า "ยาไอซ์" (ice) หรือ "คริสตัลเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์" (Crystal methamphetamne hydrochloride) เป็นเกล็ดผลึกโปร่งใสคล้ายกระจก บางครั้งอาจใส่สีฟ้า ชมพู หรือเขียวเข้าไปด้วย คนเสพยาตั้งชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่า "คริสตัลเมธ" (crystal meth) ชาบู ( shabu) แคร็งค์ (krank) ทวีค (tweak) ทิน่า (tina) ฯลฯ ยาเสพติดตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท บางคนเสพเพื่อช่วยให้ตื่นตัวทำงานได้มากขึ้น การเสพแต่ละครั้งจะออกฤทธิ์ในร่างกายนาน 1-14 ชั่วโมงแล้วแต่ความแข็งแรงของร่างกายและปริมาณยาที่ใช้ ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็ว หลังเสพแล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมงกว่าร่างกายจะขับสารพิษตกค้างออกไปหมด ช่วงนี้จะมีอาการตาแข็งนอนไม่หลับ
มีรายงานการพบยาไอซ์ในเมืองไทยตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว แหล่งผลิตสำคัญของโลกอยู่ทางภาคตะวันออกของจีน แก๊งค้ายาจะส่งไปตลาดใหญ่คือฮ่องกง โดยส่งผ่านประเทศที่สาม เช่น ฟิลิปปินส์ เกาหลี ญี่ปุ่น ปัจจุบันส่งไปยังอเมริกาและยุโรปด้วย แต่ยาไอซ์ในไทยจะลักลอบนำเข้าจากพม่า แหล่งผลิตคือบริเวณสามเหลี่ยมทองคำส่งข้ามพรมแดนภาคเหนือเข้ามายังเมืองหลวง ทางตำรวจปราบยาเสพติดยืนยันว่าการแพร่ระบาดของยาไอซ์ในไทยยังไม่รุนแรงนัก ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นมีสตางค์กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่นนี้จะนิยมเสพในสถานบันเทิงของกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หาดใหญ่ ฯลฯ แก๊งค้ายาไอซ์ส่วนใหญ่เป็นมาเฟียเชื้อสายจีน เช่น ชาวสิงคโปร์ ชาวไต้หวัน

"ยาไอซ์ เป็นอนุพันธ์อย่างหนึ่งของยาบ้า มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายๆ กัน แต่ยาไอซ์จะบริสุทธิ์กว่า เพราะยาบ้า 1 เม็ดจะผสมไปด้วยแป้ง กาเฟอีน สารหนู ฯลฯ มีสารเสพติดที่เรียกว่าเมทแอมเฟตามีนผสมอยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ พวกพ่อค้ายาเสพติดเลยคิดหาวิธีทำให้บริสุทธิ์ขึ้น ก็เลยสกัดเฉพาะเมทแอมเฟตามีนออกมา 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เป็นเกล็ดคริสตัลใสๆ เล็กๆ เรียกว่า ยาไอซ์ ขายกันเป็นกรัม แพงแค่ไหนก็คิดดูว่า 1 กิโลกรัมมี 1,000 กรัม พวกมันขายเป็นกรัม" นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.ศูนย์บำบัดยาเสพติดอุดรธานี อธิบายถึงความร้ายกาจของยาเสพติดชนิดนี้
เมื่อถามว่า จริงหรือไม่ที่ยาไอซ์ทำให้ "ผอม ผิวสวย ขาวใส หุ่นดี" ?
หมอสรายุทธ์ยืนยันว่า เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ เพราะยาไอซ์จะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนหน้าควบคุมความอยากอาหาร แต่เป็นชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหยุดกินก็จะกลับมาหิวโหยและกินมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเวลาเสพยามักไม่ค่อยมีความหิวจะรู้สึกเคลิบเคลิ้มตลอดเวลา นอนไม่หลับ เมื่อไม่กินและไม่นอนก็ทำให้ผอมชั่วคราว แต่เรื่องผิวดีนั้น รับรองว่าเป็นไปไม่ได้เพราะผู้ป่วยจากการติดยาไอซ์มักขาดวิตามิน เกลือแร่ หรือสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ ผิวคนติดยาส่วนใหญ่จะหมองคล้ำหยาบกระด้าง

เช่นเดียวกับ นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผอ.สถาบันกัลยาราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต อธิบายว่า ผู้ติดยาเสพติดไปนานๆ จะมีอาการทางจิตเวชหรือที่เรียกว่ามีอาการทางประสาท และไม่เป็นความจริงเสมอไปว่าผู้หญิงที่ติดยาเสพติดจะผอม เพราะบางคนก็อ้วนและติดเหล้าด้วย บางคนอาจผอมเพราะฤทธิ์ยาทำลายความอยากอาหาร ทำให้กินข้าวไม่ลง แต่เรื่องของผิวพรรณนั้น เกือบทุกคนจะมีผิวหมองคล้ำเพราะไม่มีสารอาหารไปช่วยดูแลผิว
หากสาววัยรุ่นคนใดคิดจะลดความอ้วนโดยการติดยาไอซ์ ซึ่งราคาในท้องตลาดสูงถึงกรัมละ 2,000-4,000 บาทนั้น ต้องคิดให้ดี เพราะผลที่ได้รับอาจรุนแรงกว่าแค่เป็นโรคอ้วน จิตแพทย์ข้างต้นยืนยันชัดเจนว่าอาการทางโรคประสาทของผู้ติดยาเสพติดนั้นรุนแรงและน่ากลัวสุดๆ

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ทดสอบ ข้อสอบเข้า ม.4

1. อุณหภูมิอากาศที่หนึ่ง วัดได้ -18°Cถ้าวัดด้วยระบบ เอสไอ จะอ่านค่าได้กี่เคลวิน
 0  14  225  291

แหล่งน้ำ
ผลการทดลอง
เติมน้ำสบู่แล้วเขย่า
หลอดทดลอง
ต้มน้ำสบู่แล้วเขย่า
หลอดทดลอง
เติมโซเดียมคาร์บอเนตแล้วเติม
น้ำสบู่แล้วเขย่าหลอดทดลอง
1ไม่เกิดฟองเกิดฟองเกิดฟอง
2ไม่เกิดฟองไม่เกิดฟองเกิดฟอง
3เกิดฟองเกิดฟองเกิดฟอง

2.ข้อใดผิดจากความเป็นจริง
 น้ำแหล่ง 1 เป็นน้ำกระด้างชั่วคราว
 น้ำจากแหล่ง 1 มีสารแมกนีเซียมคลอไรด์
 น้ำจากแหล่ง 3 เป็นน้ำอ่อน
 น้ำจากแหล่ง 2 เป็นน้ำกระด้างถาวร 
3.ไขมันและน้ำมันจัดเป็นสารอินทรีย์ประเภทใด
 เอสเทอร์  แอลกอฮอล์
 กรดอินทรีย์  อีเทอร์
4.เมื่อต้มน้ำมันตับปลากับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซต์ จากนั้นเทลงน้ำ
จะมีฟองเกิดขึ้นและได้ตะกอนที่ไม่ละลายน้ำ ตะกอนที่เกิดขึ้นคืออะไร
 เกลือของโซเดียม  สบู่ที่ไม่ละลายน้ำ
 กรดไขมันที่มวลโมเลกุลสูง  เกลือของกรดไขมันซึ่งเกิดจากน้ำกระด้าง
5.สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำกำจัดของเสียในรูปใด
 กรดยูริก
 แอมโมเนีย
 ยูเรียและแอมโมเนีย
 ยูเรีย 
6.ธาตุที่มีเลขอะตอมต่อไปนี้ คือ 1,3,3,11,19,34,55
 อยู่ในระดับพลังงานเดียวกัน
 มีจำนวนอนุภาคมูลฐานเท่ากัน
 มีเวเลนซ์อิเล้กตรอนเท่ากัน
 เป็นอโลหะเหมือนกัน
7. ข้อใดเป็นธาตุกึ่งโลหะ
 B,Si  C,Si
 B,C,Si  B,C 
8.สารประกอบชนิดใดที่มีอะตอมของธาตุไฮโดรเจนมากที่สุด
 ก๊าซมีเทน  ก๊าสคอร์บอนไดออกไซต์  น้ำ  กลูโคส
9.หินปูนเมื่อได้รับความร้อนและแรงกดดันภายใต้เปลือกโลกจะแปรสภาพไปเป็นหินชนิดใด
 หินทราย  หินอ่อน
 หินไนส์  หินชนวน 
10.น้ำ 200 กรัม มีอุณหภูมิลดลงจาก 30°C เป็น5°C น้ำสูญเสียความร้อยไปเท่าใด
 1000 แคลอรี  3000 แคลอรี
 5000 แคลอรี

 7000 แคลอรี
11.กระสุนปืนมีมวล 200 กรัม เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 500m/s จะมีพลังงานจลน์เท่าไร
 25,000 J  50,000 J
 12,500 J  6,250 J 
12.ถ้าต้องการให้ลูกธนูเคลื่อนที่ขึ้นไปแนวดิ่งจนจุดสูงสุดในเวลา 1.5 วินาที
จะต้องยิงธนูด้วยความเร็วต้นกี่เมตรต่อวินาที กำหนด g=9.8 เมตรต่อวินาที
 29.4  24.5
 19.6  14.7 
13.เครื่อใช้ไฟฟ้าใดมีกำลังไฟฟ้ามากที่สุด
 A มีความต้านทาน 121 โแห์ม กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 1แอมแปร์
 B ใช้กับไฟบ้าน มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 0.5 แอมแปร์
 C มีความต้านทาน 80 โอห์ม ใช้กับไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์ 11 โวลต์
 D ใช้พลังงานไฟฟ้า 54,000 จูล ในเวลา 10 นาที
14.หลอดไฟฟ้ามีตัวอักษรกำกับว่า 60 W 220 V ถ้าเปิดใช้งาน 15นาที จะสิ้นเปลือนพลังงานเท่าใด
 36,000 จูล  900 จูล  54,000จูล  4,500 จูล 
15.วางวัตถุสูง 2.8 cm  ห่างจากกระจกนูน 48cm กระจกนูนรัศมีความโค้ง 32cmจงหาตำแหน่งชนิดภาพ
 ห่างกระจก 24 cm ภาพจริง
 ห่างกระจก 12 cm ภาพเสมือน
 ห่างกระจก 12 cm ภาพจริง
 ห่างกระจก 24 cm ภาพเสมือน
16.วางวัตถุห่างกระจกนูน 10 cm เกิดภาพหลังกระจกห่างกระจก 5 cmกระจกนี้มีความยาวเท่าใด
 10 cm  15 cm
 5 cm  3.3 cm
17.กาแลกซีแอลโรเมดา จะมองเห็นอยู่ด้านทิศทางของกลุ่มดาวใด
 กลุ่มดาวแคสซิโอ  กลุ่มดาวนายพราน
 กลุ่มดาวหมีใหญ่  กลุ่มดาวเต่า 
18.การระเบิดของดาวฤทษ์ที่มีมวลมากเรียกว่า
 หลุมดำ
 ดาวแคระขาว
 ซูเปอร์โนวา
 ดาว์นิวตรอน
19.รังสีที่มีอำนาจทะลุทะลวงมากที่สุดคือ
 บีตาลบ
 แกมมา
 บีตาบวก
 แอลฟา 
20.ปฏิกริยานิวเคลียวฟิวชัน จะเกิดขึ้นได้เมื่อ
 ธาตุหนักรวมตัวกับธาตุเบา
 ธาตุหนักแยกตัวออกเป็นสองส่วน
 ธาตุเบาแยกตัวออกเป็นสองส่วน
 ธาตุเบารวมตัวกับธาตุหนัก

ผลคะแนน = คะแนน

การเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 โรงเรียนสังกัด สพฐ. ในปีการศึกษา 2555

การเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนสังกัด สพฐ.  ในปีการศึกษา 2555

ในการเตรียมตัวนักเรียนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ ชลราษฎรอำรุง ชลกันยานุกูล ชลบุรีสุขบท ชลราษฎรอำรุง 2 ชลกันยานุกูลแสนสุข 2 จั่นอนุสรณ์ ในเขตอำเภอเมือง รวมทั้งโรงเรียนในอำเภอต่างๆ อาทิ พานทอง พนัสนิคม ศรีราชา บางละมุง สัตหีบ ฯ เป็นต้น จึงสรุปการสอบเข้าโรงเรียนสังกัด สพฐ. ปีการศึกษาหน้า คือ 2555 มีความแตกต่างจากปีการศึกษาที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่จะสอบเข้าหลายประการ

โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้

ปัญหาน้ำท่วมประเทศไทยในปีที่ผ่านมา 2554 และที่กำลังเกิดในภาคใต้ ส่งผลต่อการปรับลดเลื่อนวันทำการเรียนการสอนของโรงเรียนสังกัด สพฐ.

เลื่อนการซื้อใบสมัคร เลื่อนการรับสมัคร และเลื่อนการสอบเข้า จากเดิมจะเริ่มในเดือนมกราคม ไปสิ้นสุดการสอบเข้าต้นเดือนเมษายนเป็นอย่างช้า แต่ปีนี้ ไปเริ่มขายใบสมัครเดือนมีนาคม และไปสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม โดยประมาณวันที่ 23 พฤษภาคม 2555

ด้วยมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหมดทุกตำแหน่ง ทำให้ต้องคอยติดตามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการสอบเข้าอย่างไรหรือไม่

รวมทั้ง เป็นปีการศึกษาแรกที่ สพท. เขต ทุกเขตทั่วประเทศ ได้มีผู้อำนวยการทำหน้าที่สมบูรณ์แบบ สำหรับการดูแลการสอบเข้าโรงเรียนต่างๆ ภายหลังจากการแยกการบริหารงานออกมาจาก สพท. ภายใต้การกำกับดูแลของ สพฐ. เช่นเดิมทั้งสองหน่วยงาน 

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ที่เสมือนการรอคอยการเปลี่ยนแปลง จึงไม่มีอะไรดีเท่าการเตรียมตัวสอบเข้าให้ดีที่สุดจึงขอนำเสนอวิธีเตรียมสอบ มาพอสังเขปดังนี้

 

ห้องเรียนสำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในปัจจุบัน มีหลายแบบ ไม่ใช่แบบเดียว ได้แก่

1.      ห้องเรียนปรกติ ที่จะมีการจัดเรียงลำดับคะแนนสอบแบบทศนิยมเรียงกันมา ใครได้คะแนนสอบมากก็จะได้อยู่ห้องที่เรียกกันว่า ห้อง คิงส์ ห้องควีนที่รองจากห้องคิงส์ หรือบางแห่งอาจเรียกชื่อต่างกันไป การจัดลำดับคะแนนสอบ ไม่ได้ดูจากเกรดที่จบมา หากตอนสอบทำคะแนนสอบไม่ได้ก็อาจไปอยู่ห้องปรกติ หากทำคะแนนตอนเรียนชั้น ม.1 ได้ดี ก็อาจได้ปรับมาอยู่ห้องบนๆ หรือห้องคิงส์ ห้องควีนได้ จะมีการปรับห้องตามชั้นปีที่จบ คือ ม. 1 ม.2 เท่านั้น ไม่ได้ปรับตามเทอมการศึกษา  และจะย้ายไปเรียนห้อง GIFTED หรือสองภาษาไม่ได้  เป็นการปรับในห้องที่เรียกว่าห้องเรียนปรกติ

2.      ห้องเรียนสองภาษา สำหรับนักเรียนที่มีพื้นภาษาอังกฤษดี และผู้ปกครองสามารถสันบสนุนค่าใช้จ่ายที่สูงหลายหมื่นบาทต่อปีได้ ต้องสมัครสอบเข้าแยกจากห้องปรกติ สามารถเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศได้

3.      ห้องเรียน GIFTED สำหรับนักเรียนที่แววความเก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต้องสมัครสอบเข้าแยกจากห้องปรกติ และต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าห้องปรกติในจำนวนหลักเกือบหมื่นต่อปี และการให้คะแนนจะยากกว่าห้องเรียนปรกติ เพราะมีเกณฑ์การเรียนที่เข้มข้นมากกว่า แต่เกรดที่ออกมาจะรวมกันทุกห้องเรียนที่มีทุกประเภท

 

ต้อง  7  ประการ

1.       ต้องตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากๆ เลิกเล่นในห้องเรียน และต้องใส่ใจกับการอ่านหนังสือมากๆ

2.       ต้องทำเกรดให้ดี ส่งงานทุกรอบ เพราะโรงเรียนดังๆ ทุกแห่งดูจากเกรดของนักเรียนประกอบการพิจารณาด้วยในกรณีคะแนนเท่ากัน

3.       ต้องอ่านหนังสือเรียน ทำเเบบฝึกหัดทบทวน เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเข้าไปเรียนในระดับมัธยม เพราะจะแตกต่างจากเรียนประถมอย่างมากมาย การเตรียมตัวช่วงนี้เหมือนว่ากำลังโตขึ้น ต้องรับผิดชอบตนเองมากขึ้น พร้อมกับงานการบ้านที่จะต้องมากมายกว่าระดับประถมศึกษาตามวัยของนักเรียนที่เติบโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น

4.       ต้องดูแลรักษาสุขภาพให้ดี อย่าเจ็บง่ายป่วยง่าย โดยไม่ระมัดระวัง ทั้งอาหาร อากาศ การใช้ชีวิต เพราะอาจทำให้หมดสิทธิ์ไปสอบเอาง่ายๆ หรือ สภาพร่างกายไม่เต็มร้อย

5.       ต้องติดตามข่าวการรับสมัครของโรงเรียน สถานศึกษา ที่ต้องการสมัครให้ต่อเนื่อง อย่าประมาทและต้องคอยตรวจดูความเปลี่ยนแปลงจากประกาศของโรงเรียนเป้าหมายของเรา

6.       ต้องเตรียมเอกสารให้ครบ มีรูปถ่ายปัจจุบัน ในขนาดและถ่ายตามระยะเวลาที่โรงเรียนต้องการหรือไม่ ตรวจดูว่าเอกสารมีครบถ้วนจริงๆ หรือไม่ ทั้งตัวจริงและสำเนา แยกไว้ให้ดี รวมถึงใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุลของผู้ปกครอง พ่อแม่ ใบเกิดหรือสูติบัตร มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งหากยังไม่ได้เอกสารรับรองผลจากโรงเรียนฉบับตัวจริงมาจะใช้เอกสารใดของทางโรงเรียนไปทำการรับรอง หรือ เอกสารใดที่หมดอายุ ต้องไปยื่นขอใหม่ก่อน อาทิ บัตรประจำตัวประชาชนทั้งของตัวนักเรียนที่ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการใช้ในนักเรียนอายุ 7 ปีขึ้นไปเช่นกัน บัตรประจำตัวผู้ปกครอง รวมถึงกรณีผู้ปกครองที่ได้รับมอบอำนาจมีใบมอบอำนาจจากพ่อแม่หรือไม่

7.       ต้องเก็บเอกสารทุกอย่างทั้งก่อนหน้าไปสมัครและหลังจากสมัครให้ดี รวมทั้งบัตรประจำตัวสอบ บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้แสดงตัว

9 เตือนใจวันสอบ

1.      อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ในการสอบไปให้ครบ ตรวจดูให้ดี ไปสอบต่างสถานที่ไม่ใช่ในสถานที่โรงเรียนประถมที่เราเคยเรียนแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ได้เจอมาก่อน หรือไม่รู้อะไรแน่ชัด หากจะเตรียมเอกสารไปอ่านตอนรอสอบ ควรจดบันทึกไป ไม่ควรนำไปทุกเล่มหรือขนไปมากมายให้ใครรู้ว่าไม่ได้เตรียมตัวมาสอบมาดีพอ ยังอ่านไม่จบ ถึงขนาดเอามาแทบหมดบ้าน

2.      อย่าลืมท่องจำวันสอบ เวลาสอบให้แม่นๆ ทั้งสุถานที่สอบ ห้องสอบ อาคารสอบ เป็นสิ่งที่ควรจำขึ้นใจ อย่าอาศัยเอกสารที่มีอยู่เพราะถ้าสูญหายจำเองไม่ได้ จะไม่สบายใจในวันสอบ

3.      อย่าลืมเอาบัตรประจำตัวผู้สอบ และบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย เผื่อกรรมการคุมสอบอาจจะขอดู อย่าลืมการไปตรวจวัน สถานที่และเลขที่นั่งสอบด้วยว่า วันไหน เวลาใด สถานที่ใด ที่เริ่มติดประกาศ

4.      ควรไปถึงที่สอบก่อนอย่างน้อย 30 นาที ต้องเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถเสีย รถติด ฝนตก ไว้ด้วย

5.      ให้มีสติในทุกขั้นตอน อย่าหลง อย่างง อย่าตื่นเต้น อย่าคิดฟุ้งซ่านนอกเรื่อง หยุดเรื่องทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะสอบให้หมด ใครจะป่วยใครจะคิดถึงใครจะมีปัญหาใครจะเดือดร้อนต้องไม่ใช่เวลามาคิดตอนนี้

6.      เมื่อได้ข้อสอบมาแล้ว ตรวจสอบก่อนว่าครบถ้วนทุกหน้า ทุกข้อหรือเปล่า  ถ้าไม่ครบถ้วน ต้องรีบแจ้งผู้คุมสอบทันที อย่ามัวแต่กลัวหรือเกรงใจ เวลานี้ไม่ใช่เวลากลัว

7.      เขียนกรอกตามช่องว่างทุกช่อง ในกระดาษคำตอบ ทั้งชื่อนามสกุล เลขที่นั่งสอบ และทุกอย่าง ตรวจสอบให้ดี อย่าไปเขียนในข้อสอบเด็ดขาด ห้ามเบลอ

8.      ทำข้อสอบอย่างเหมาะสม ข้อไหนไม่ได้ข้ามไปก่อน รอบคอบ อย่าสับสน ข้ามแล้วต้องกลับมาเติมด้วย หากไม่ข้ามก็ต้องรักษาเวลาให้ดี หารเวลาทั้งหมดกับแต่ละข้อไว้ อย่าทำเกินเวลาเฉลี่ย อย่ามั่ว อย่าคิดว่าทำส่งๆ ไป อย่างไรก็ได้ คิดแบบนี้จะมาสอบทำไม ไม่ต้องไปสอบเลยจะดีกว่า

9.      เมื่อสอบวิชานี้เสร็จ ให้เตรียมตัวสอบวิชาต่อไป  บางคนเตรียมตัวที่บ้านมาดีกว่าเราเยอะแล้ว บางคนมีที่เรียนแล้ว แต่ละคนไม่เหมือนกัน หากเราอยากทำข้อสอบให้ดี อย่าไปหลงคุยกันมากมาย เพราะจะเสียสมาธิในการสอบ หากจะบันทึกสิ่งที่ตอบไว้ สำหรับกลับไปตรวจทานให้รีบจดไวๆ สั้น ไปขยายความหลังจากกลับบ้านแล้ว หากจดสั้นๆ ไม่เป็นก็ลองทดสอบทำก่อนที่บ้านก่อนจะมาสอบ

 

เครือข่ายผู้ปกครองชลชาย ONLINE