วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ม.ปลายเวียดนาม ลอกข้อสอบสนั่น ครูช่วยอีกต่างหาก

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- การทุจริตในการสอบซึ่งเวียดนามถือเป็นมะเร็งร้ายในระบบการศึกษาได้ปรากฏอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ คลิปที่ถูกนำขึ้นเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นการลอกข้อสอบกันอย่างโจ่งครึ่ม ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนถูกสั่งย้ายด่วน และผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการอำเภอถูกสอบสวน


ข้อมูลนี้จาก http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9550000069510 
       
       เหตุเกิดในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการสอบปลายภาค เพื่อจบการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 กว่า 960,000 คนทั่วประเทศ
       
       คลิปที่นักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายดอยโง (Doi Ngô) ใน จ.บั๊กซยาง (Bắc Giang) ทางตะวันออกกรุงฮานอย ถ่ายในชั่วโมงสอบวิชาเคมี ไม่เพียงแต่จะเห็นนักเรียนในห้องสอบส่งโพยคำตอบต่อๆ กันไปเท่านั้น ครูผู้ควบคุมการสอบเองยังช่วยนักเรียนส่งโพยอีกด้วย
       
       วิดีโอคลิปความยาวรวมกันประมาณ 10 นาทีนี้ ส่งไปถึงมือของครูอาชีพผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในการจับการทุจริตในการสอบปลายภาคประจำทุกปี ซึ่งได้ส่งต่อไปให้คณะกรรมการควบคุมการสอบในระดับประเทศ พร้อมกับส่งให้สื่อออนไลน์ต่างๆ และในเวลาเพียงข้ามวันคลิปทุจริตสอบฉาวโฉ่นี้ก็แพร่ออกไปอย่างกว้างขวางผ่านอินเตอร์เน็ต โดยแบ่งออกเป็นหลายๆ ตอน
       
       กระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมได้มีคำสั่งด่วนให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมปลายดอยโงออกจากพื้นที่และสั่งสอบสวนผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการฯ จังหวัดฐานบกพร่อง
       
       กระทรวงฯ กำลังรอผลการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการในขั้นต่อไป ซึ่งโดยวิถีปฏิบัติก็คือการทุจริตจะส่งผลให้การสอบที่สนามสอบแห่งนั้นเป็นโมฆะและนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดสอบตก ครูผู้ควบคุมที่ช่วยเหลือนักเรียนทำการทุจริตจะถูกลงโทษทางวินัย หนังสือพิมพ์ออนไลน์ภาษาเวียดนามเดิ๊ดเหวียด (Báo Đất Việt) รายงาน
       
       อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดรวมทั้งกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือล้วนถูกต้องห้ามนำเข้าไปในห้องสอบ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนที่ลอกข้อสอบกัน ตลอดจนครูผู้ควบคุมการสอบชะล่าใจ มิได้ระแวงสงสัย
       
       ไม่มีการเปิดเผยว่านักเรียนที่ถ่ายคลิปเอาไว้นำกล้องดิจิตอลเข้าไปในห้องสอบได้อย่างไร แต่ได้แสดงให้เห็นถึงการหละหลวมของผู้คุมห้องสอบ เดิ๊ตเหวียดกล่าว
       
       ภาพเคลื่อนไหวในคลิปปรากฏเป็นวันที่ 15 มี.ค.2552 นักเรียน (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ที่ถ่ายคลิปบอกกับสำนักข่าวซเวินจี๊ว่า เขาเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตั้งวันเดือนปีในกล้อง
       
       แต่สื่อออนไลน์และหนังสือพิมพ์รายวันหลายสำนักต่างยืนยันว่า เป็นคลิปที่ถ่ายในวันเสาร์ ตรวจสอบได้ทั้งเวลา สถานที่และตัวบุคลที่เกี่ยวข้อง
       
       นายเหวียนดึ๊กเฮี่ยน (Nguyễn Đức Hiền) ผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการฯ จังหวัด ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง และเริ่มการสอบสวนกรณีทุจริตนี้ในวันอังคาร 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานในเว็บไซต์
       
       การสอบปลายภาคเพื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในวันเสาร์และวันจันทร์นี้ นักเรียนทั่วประเทศจะสอบวิชาเดียวกันทั้งหมด คือ คณิตศาสตร์ วรรณคดี ภาษาต่างประเทศ เคมี ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ในขณะที่นักเรียนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง สามารถเลือกสอบวิชาฟิสิกส์แทนภาษาต่างประเทศได้
       
       หลายปีมานี้เวียดนามได้ปราบปรามการทุจริตการสอบปลายภาคของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างเคร่งครัด มีการจัดเตรียมสนามสอบทั่วประเทศอย่างรัดกุม ใช้บุคคลากรกว่าแสนคนในการควบคุม ในนั้นหลายหมื่นคนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจข้อสอบ
       
       สำหรับสนามสอบในจังหวัดที่ล่อแหลมต่างๆ กระทรวงศึกษาธิการฯ ใช้บุคคลากรจากส่วนกลางลงไปดำเนินการทั้งหมด เดิ๊ตเหวียดกล่าว.
       
       


มะเร็งในระบบ
Tuoi Tre/Dan Tri

เปิดคอร์สเด็กไทยเรียนภาษาพม่ารับประชาคมอาเซียน


เปิดคอร์สเด็กไทยเรียนภาษาพม่ารับประชาคมอาเซียน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์6 มิถุนายน 2555 16:04 น.
ข้อมูลนี้จาก :  http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000069451  
       มูลนิธิร่มฉัตร จับมือ สสค.สอนภาษาพม่าให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ด้าน รองปลัด ศธ.ระบุ ศธ.หนุนให้โรงเรียนตะเข็บชายแดนเรียนภาษาเพื่อนบ้าน
     
       วันนี้ (6 มิ.ย.) มูลนิธิร่มฉัตรร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (สสค.)จัดพิธีเปิด “โครงการพัฒนาต้นแบบสาธิตชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” พระธรรมภาวนาวิกรม รองเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในฐานะประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า มูลนิธิร่วมฉัตรร่วมกับ สสค.เปิดห้องศึกษาอาเซียน รวมทั้งมีการเปิดห้องเรียนอาเซียน ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาพม่าระยะสั้น เพราะประเทศพม่า เป็นประเทศที่น่าจับตามอง มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และชาวพม่าเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมากด้วย ตนเห็นว่าควรส่งเสริมเรื่อง ภาษาเพื่อนบ้าน พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมอาเซียน ให้แก่ชุมชนวัดไตรมิตรฯ เพื่อเป็นการสร้างจุดแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ถ้าชุมชนใดตื่นตัว จะเกิดประโยชน์กับคนในชุมชนอย่างมาก
     
       ด้านดร.วาสนา เลิศศิลป์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า พระธรรมภาวนาวิกรม ได้ให้คำแนะนำว่า นอกจากภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ย่านนี้ควรเพิ่มภาษาพม่าหลักสูตรระยะสั้นให้แก่ประชาชน โดยเปิดสอนทุกวันเสาร์ วันละ 3 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง รุ่นละ 30 คน โดยมีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาเป็นผู้สอน ทั้งนี้ จะเน้นการเรียนการสอน 3 ส่วน คือ วัฒนธรรมพม่า วิถีชีวิตสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ และเรื่องของภาษา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้าอบรมเมื่อเรียนจบคอร์สจะมีการประเมินผลด้วยว่า ได้รับความรู้มากน้อยแค่ไหนหลังและจะมีการออกเกียรติบัตรให้ 
     
       ถามว่า จะมีการขยายไปเป็นหลักสูตรในห้องเรียนหรือไม่นั้น ดร. วาสนา กล่าวว่า ขอดูผลประเมินจากเรียนหลักสูตรระยะสั้นก่อน ถ้าประสบผลสำเร็จจะมีการพิจารณาอีกครั้ง
     
       ขณะที่ น.ส.จุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงที่สุดสำหรับเยาวชนไทยในขณะนี้ ก็คือ เรื่องของภาษา เด็กไทยไม่กล้าพูด ที่สำคัญการสอนภาษาจะให้ได้ประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย ว่าคนนั้นสนใจมากน้อยแค่ไหน เพราะการเรียนภาษานั้นไม่ใช่เรียนจบในห้องเรียน จะต้องกลับมาฝึกฝนต่อที่บ้านด้วย
     
       “ขณะนี้ ศธ.กำลังส่งเสริมให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น อย่างเช่น จังหวัดสุรินทร์ จะเรียนภาษาเขมรเพิ่มเติม และเด็กและเยาวชนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เรียนภาษาไทย เช่นกัน ถ้าปี 2558 เปิดประชาคมอาเซียน จะเกิดการแข่งขันทางด้านวิชาชีพ ใครสามารถพูด เขียน ได้หลายภาษาจะได้เปรียบ” น.ส.จุไรรัตน์ กล่าว

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เรื่อง ถ้อยแถลงแสดงความเสียใจ ฉบับ 6 มิถุนายน 2555

เรื่อง ถ้อยแถลงแสดงความเสียใจ ฉบับ 6 มิถุนายน 2555

ขอแสดงความเสียใจการจากไปของชาวส้มฟ้าและผู้ปกครองนักเรียนชลชายที่บุตรชายกำลังเรียนอยู่ ชั้น ม.2 ในปีการศึกษา 2555

ขอให้พี่วันชัย เธียรประดับโชค ขอให้สู่สุขคติ ในสัมปรายภพ

 (พี่วันชัย เลขประจำตัว ช.ร.อ.๑๔๐๑๙ รุ่นพี่ส้มฟ้าเรา ตั้งแต่ ม.๑ ในปีการศึกษา ๒๕๒๔ และจบ ม.๖ ในปี ๒๕๒๙)

และขอให้ครอบครัวของพี่วันชัย เข้มแข็งต่อไป

รูปภาพ : ในนาม สโมสรชาวชลชาย ขอแสดงความเสียใจการจากไปของชาวส้มฟ้าเราในวันนี้  ขอให้พี่วันชัย เธียรประดับโชค ขอให้สู่สุขคติ ในสัมปรายภพ ( พี่วันชัย เลขประจำตัว ช.ร.อ.๑๔๐๑๙ รุ่นพี่ส้มฟ้าเรา ตั้งแต่ ม.๑ ในปีการศึกษา ๒๕๒๔ และจบ ม.๖ ในปี ๒๕๒๙ และยังเป็นผู้ปกครองนักเรียนชลชายที่บุตรชายกำลังเรียนอยู่ ชั้น ม.๒) และขอให้ครอบครัวของพี่วันชัย เข้มแข็งต่อไป

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แฉขบวนการดิสเครดิต 20 โรงเรียนดัง แอบอ้างเป็นผู้ปกครอง



แฉขบวนการดิสเครดิต 20 โรงเรียนดัง แอบอ้างเป็นผู้ปกครอง

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2555 เวลา 12:29 น.
วันนี้ (25 พ.ค.) ที่หอประชุมกองทัพเรือ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2555 ตอนหนึ่งว่า ตนอยากให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ไปดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2555 ให้สังคมได้เข้าใจตรงกัน ภายหลังเกิดกรณีนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ออกมาประท้วงให้โรงเรียนรับเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 โดยต้องยืนยันว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยึดตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ แต่อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้น สพฐ.ได้เตรียมการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนในปีต่อไปให้สอดรับกับความต้องการของจำนวนนักเรียนให้มากขึ้น ซึ่งในส่วนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวที่ไม่ได้เรียนต่อโรงเรียนเดิม อาจมีสิทธิ์ย้ายกลับมาเรียนได้ในปีต่อไป
ดร.ชินภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชาฯ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร้องเรียนกรณีการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะใน 20 โรงเรียนนั้น ในต้นสัปดาห์หน้าตนจะเชิญคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาหารือ ก่อนจะเดินทางเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อ ป.ป.ช. ในวันพุธที่ 30 พ.ค.นี้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ปกครองฯ ได้ยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ด้วยนั้น ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงกฎระเบียบการรับนักเรียนของ สพฐ.ไปแล้ว ซึ่งทางพล.อ.เปรม ก็เข้าใจและประสานให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว และตนก็ได้ชี้แจงให้นายยงยุทธ เข้าใจแล้วเช่นกัน ว่าไม่สามารถเพิ่มจำนวนรับนักเรียนในชั้น ม.4 ได้อีก อย่างไรก็ตามตนจะเดินทางเข้าชี้แจงพลเอกเปรม อีกครั้งด้วยตัวเอง
ขณะที่ นายวัชรินทร์ ศรีบุรินทร์ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) และคณะตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 4 ภาค แถลงข่าวเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา 20 โรงเรียนที่ถูกกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองฯ กล่าวหาว่า เรียกเงินแป๊ะเจี๊ยะ ในการรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2555 ว่า ทางสมาคมฯ ได้ตรวจสอบการรับนักเรียนของโรงเรียนในกลุ่มดังกล่าวแล้ว ในเบื้องต้นไม่พบการกระทำผิดหลักเกณฑ์การรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งกำหนดให้รับนักเรียนร้อยละ 80 ของนักเรียนชั้นม.4 ไม่ใช่รับนักเรียนร้อยละ 80 ของนักเรียนที่จบการศึกษาในชั้นม.3 ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ส.บ.ม.ท.ได้ตรวจสอบกลุ่มผู้ปกครองที่ออกมาร้องเรียน พบบางส่วนไม่ใช่ผู้ปกครองตัวจริงแต่แอบอ้างมาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการลดความน่าเชื่อถือของโรงเรียน เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้ปกครองเป็นกลุ่มธุรกิจที่ถูกปฏิเสธจากทางโรงเรียนทำให้เกิดความไม่พอใจจึงพยายามกดดันและโจมตีโรงเรียน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาคมฯ ยอมไม่ได้ ดังนั้นในเร็วๆ นี้ จะมอบให้ฝ่ายกฎหมาย ส.บ.ม.ท.ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กล่าวหาที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนที่สถานีตำรวจท้องที่ของโรงเรียนทั้ง 20 แห่ง
"ผมยืนยันว่าการออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่ต้องการปกป้องหรือปฏิเสธแทนผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ขณะเดียวกันสมาคมฯ ยินดีเข้าไปตรวจสอบหากมีการแจ้งเบาะแสว่าผู้อำนวยการโรงเรียนใดเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้สมาคมฯ ได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว ดังนั้นฐานะที่เป็นองค์กรวิชาชีพอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง และอยากขอให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนได้ร่วมกันตรวจสอบกลุ่มผู้เรียกร้องว่ามีผลประโยชน์ใดทับซ้อนหรือไม่" นายก ส.บ.ม.ท. กล่าว
ส่วน นายรัตน์ชัย ศรสุวรรณ ที่ปรึกษากฎหมาย ส.บ.ม.ท. กล่าวว่า ตนมีหลักฐานเป็นเอกสารที่ยืนยันได้ว่ามีกลุ่มบุคคลซึ่งแอบอ้างตัวเป็นผู้ปกครอง มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์จากทางโรงเรียน ให้ตอบรับการบริการ ในการจ้างเหมาครูต่างประเทศเพื่อสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อำนวยการโรงเรียน จึงมีการกระทำต่างๆ ในลักษณะการข่มขู่และกดดัน อาทิ การส่งเอกสารโดยกล่าวอ้างถึงหน่วยงานระดับชาติหลายหน่วยงาน อาทิ ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตค.) ร่วมกับสภาหอการค้าไทย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ ทั้งนี้เบื้องต้นตนจะทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างทั้งหมดว่ากลุ่มบุคคลที่แอบอ้างมีส่วนเกี่ยวข้องในหน่วยงานนั้นๆ จริงหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็จะพิจารณาฟ้องร้องหมิ่นประมาท ฐานที่กล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ และอาจพิจารณาแจ้งความในประเด็นกรรโชกทรัพย์ด้วย
นายวิสิทธิ์ ใจเถิง ผู้อำนวยการโรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 1 ใน 20 โรงเรียนที่ถูกกล่าวหาเรียกรับเงิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ถูกกลุ่มบุคคลเข้ามาแอบอ้างหน่วยงานองค์กรระดับชาติเพื่อให้โรงเรียนยอมรับข้อตกลงในการว่าจ้างครูต่างชาติเพื่อสอนภาษาอังกฤษ แต่ทางโรงเรียนปฏิเสธ เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าบริการที่จัดหามานั้นไม่ได้คุณภาพ ทั้งนี้การปฏิเสธดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มบุคคลกดดันโรงเรียนในหลายรูปแบบ กระทั่งนำมาถึงการฟ้องร้องโรงเรียน ทั้ง 20 แห่งนี้ด้วย ดังนั้นตนอยากเรียกร้องสังคมร่วมตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีเป้าหมายโจมตีโรงเรียน และกระทำการโดยเอานักเรียนเป็นตัวประกันซึ่งเป็นสิ่งไม่เหมาะสม
ด้าน นายปรีชา จิตรสิงห์ ประธานคณะกรรมการรับนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนได้เรียกนักเรียนมารายงานตัวเพิ่มอีก 3 คน เนื่องจากไม่มารายงานตัว 1 คนและลาออกไปเรียนต่อที่อื่นอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้นักเรียนที่เข้าร่วมประท้วงที่ลำดับคะแนนถึงสามารถเรียกเข้าเรียนได้แล้ว 3 คน ส่วนอีก 13 คนได้มายื่นความประสงค์ให้คณะกรรมการเยียวยาจัดที่เรียนให้และยอมที่จะไปเรียนในโรงเรียนที่จัดให้แล้ว อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของแกนนำที่นำเด็กประท้วงนั้น เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีการอ้างหน่วยราชการจริง ซึ่งสมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาก็พบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว..

เครือข่ายผู้ปกครองชลชาย ONLINE