วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผอ.ร.ร.บดินทรฯ เคลียร์ปัญหาจบ นักเรียนยอมขอโทษให้เรื่องทุกอย่างจบ



ลูกบดินทรฯ ปลุกม็อบกว่า 500 คน ต้อนรับ “ มงคลกิตต์ “ ในวันประชุมผู้ปกครอง นร.รอบบ่าย ด้าน “มงคลกิตติ์ “ แห่เชิดสิงโต พานร.ไปส่ง กลับโดนปิดประตูใส่ เดือดร้อนตำรวจต้องช่วยเจรจาก่อนยอมถอนทัพกลับ ขณะที่ คณะนร.รอบบ่าย นำพวงมาลัยไหว้ขอขมา ผอ.ร.ร. 
       
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศิษย์เก่าและนักเรียนปัจจุบัน รวมถึงผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สงห์ สิงเสนี)ประมาณ 500 คนได้เดินทางมายังโรงเรียนเวลาก่อน 8 .00 น. เนื่องจากโรงเรียนกำหนดให้มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียนรอบบ่ายที่รับไว้จำนวน 52 คน โดยสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนบดินทรฯ และเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้จัดทำป้ายไวนิวกว่า 200 แผ่นมาติดไว้ทั่วบริเวณโรงเรียน เพื่อให้กำลังใจครูและโรงเรียน มีข้อความต่าง ๆ อาทิ ลูกบดิทรไม่ปล่อยให้ครูเดียวดาย หรือ สร้างความดีกันไว้ ให้ใคร ๆ เห็นคุณค่า เพื่อโรเรียนบดินทรเดชา ขณะที่นักเรียนบางส่วน คาดผ้า กระดาษมีน้ำเงินซึ่งเป็นสีของโรงเรียนไว้ที่ศีรษะด้วย

 
       
จากนั้นเวลา 9.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นของชาติ (ภตช.) ได้นัดรวมตัวกับนักเรียนและผู้ปกครองรอบบ่ายจำนวนหนึ่งที่บริเวณ ทรี สแคว หน้าหมู่บ้านบดินทร์รักษาเพื่อพานักเรียนเข้ามาส่งในโรงเรียน โดยมีรถปราศัยและขบวนเชิดสิงโตนำคณะมาด้วย แต่ได้รับการต่อต้านจากนักเรียนศิษย์เก่าและนักเรียนโดยมีการปิดประตูไม่ยอมให้นายมงคลกิตติ์เข้ามา สุดท้ายนายสิงห์ทอง ทองบัวชุม ที่ปรึกษานายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยร.ต.อ. พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมอ่อน รอง สวป. สน.วังทองหลาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาย จึงได้ไปดักคณะของนายมงคลกิตติ์ไว้ก่อนถึงประตูโรงเรียน และไปเจรจากับนายมงคลกิตติ์ ใช้เวลาเจราประมาณ 15 นาที นายมงคลกิตติ์จึงยอมกลับไป ขณะที่ทางโรงเรียนย่อมเปิดประตูให้นักเรียนรอบบ่ายเดินเข้ามาในโรงเรียน
       นายโสภณ พิฆเนศวร ศิษย์เก่ารุ่น 16 และผู้ปกครองนักเรียนรุ่นปัจจุบัน กล่าวว่า ทางนักเรียนศิษย์เก่าและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชาฯยอมรับทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวคือ ไม่ให้นายมงคลกิตติ์มาวุ่นวายกับเรื่องของดรงเรียนอีก พวกเราต้องการให้ทุกอย่างจบเสียที ให้ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ นักเรียนทุกคนจะได้เริ่มเรียนหนังสือ แต่ถ้านายมงคลกิตติ์ ยังเข้ามาวุ่นวายอยู่ เรื่องก็จะไม่จบ โรงเรียนก็ไม่สงบ ดังนั้น นายมงคลกิตติ์ ต้องเลิกยุ่งและปล่อยให้โรงเรียนบริหารจัดการเอง ซึ่งทางโรงเรียนตระหนักในเรื่องนี้ดี และมีแผนจัดการศึกษารองรับไว้แล้ว ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนรอบบ่ายกับนักเรียนปกตินั้น ขอให้สังคมวางใจ โรงเรียนอยู่มานาน ศิษย์เก่าทุกรุ่นก็รักกันดีเพราะฉะนั้นไม่ว่าปัญหาจะหนักอย่างไร ลูกบดินทรเดชาฯก็จะละลายพฤติกรรมกันได้ ต่อไปทุกฝ่ายก็จะไม่พูดเรื่องอดีตกันอีก เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ แต่ของให้คนอื่นเลิกสร้างความแตกแยก
       
 
       ต่อมาเวลา 11.00 น. นายสุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชาฯ ได้ประชุมผู้ปกครอง นักเรียนรอบบ่าย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากประชุมเสร็จ นักเรียนรอบบ่ายได้เข้าแถวนำพวงมาลัย ไปไหว้ขอขมานายสุวัฒน์ และครู โดยนายสุวัฒน์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า โรงเรียนได้จัดให้นักเรียนรอบบ่ายทุกคน เรียนต่อสายศิลป์คำนวณ เพราะศักยภาพของโรงเรียนตอนนี้ ไม่สามารถ จัดการเรียนการสอนในสายอื่นให้นักเรียนรอบบ่ายได้ อุปสรรค์สำคัญอยู่ที่ครู เพราะครูบางคนมีชั่วโมงการสอนสูงถึง 20 คาบต่อสัปดาห์อยู่แล้ว ไม่สามารถแทรกตารางสอนเพิ่มอีก คั้นจะเอาครุใหม่มาสอนนักเรียนรอบบ่ายก็เกรงจะถูกครหาว่าจัดการเรียนการสอนให้เด็กกลุ่มนี้แตกต่างจากนักเรียนปกติ
       
 
       อย่างไรก็ตาม ในภาคเรียนที่ 2 ถ้าทุกอย่างลงตัว เด็กอาจปรับย้ายสายได้ เพราะโดยปกติที่นี่ก็ให้นักเรียนย้ายสายการเรียนได้ ถ้ารู้สึกว่าสายการเรียนเดิมไม่เหมาะกับตัวเอง หรือกรณีที่เด็กรอบบ่ายอยากเรียนสายวิทย์-คณิต อาจใช้วิธีการเลือกวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์เป็นวิชาเลือกเพิ่มเติมแทน ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพของเด็กด้วย ส่วนเรื่องการปรับตัวของนักเรียนนั้น เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องที่ลำบาก เพราะเด็กมีเพื่อนและรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่แล้ว ขณะเดียวกันได้จัดอาจารย์ที่ปรึกษาให้นักเรียนรอบบ่าย ซึ่งเป็นอาจารย์ที่จบมาทาวงจิตวิทยาและเป็นหัวหน้างานแนะแนวของโรงเรียน เพื่อค่อยให้คำปรึกษากับเด็กได้ 
       
       ด้านนายสิงห์ทอง กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการศธ.ให้กำชับกับทางโรงเรียนในการดูแลเด็กกลุ่มนี้ แต่อยากฝากไปถึงคนที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า อย่าเอานักเรียนมาเป็นเครื่องหาผลประโยชน์ เพราะขณะนี้ ครู นักเรียน รวมถึงศิษย์เก่าของโรงเรียนก็บอบช้ำมากแล้ว ดังนั้นขอให้ยุติ อย่าเอานักเรียนมาเป็นเหยื่ออีก
       
       “ ไม่อย่าให้นายมงคลกิติ์ไปอ้างชื่อบุคคลสำคัญของประเทศมากดดันโรงเรียน เพราะเหตุการณ์จะบานปลาย ส่วนที่นายมงคลกิตติ์ อ้างว่าเป็นสายตรงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น ขณะครูโรงเรียนบดินทรฯได้เข้านายกที่ทำเนียบรัฐบาลและได้สอบถามนายกในเรื่องนี้ ซึ่งนายกฯก็ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักนายมงคลกิตติ์มาก่อน” นายสิงห์ทองกล่าวและว่า นายมงคลกิตติ์ เคยลงเลือกตั้งในนามพรรคการเมือง 2 พรรคมาก่อนแต่สอบตก
       
       นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รายหนึ่ง กล่าวว่า อยากเรียนร้องให้นายมงคลกิตติ์ ยุติ เลิกเข้ามาวุ่นวายกับโรงเรียน และให้เปิดแถลงข่าวขอโทษ เพราะที่ผ่านมานายมงคลกิตติ์พูดจาให้โรงเรียนเสียหาย ทั้งที่หลายเรื่องของไม่ใช่เรื่องจริง เช่นข้อมูลรายชื่อนักเรียนที่มีตัวภาอังกฤษต่อท้าย ซึ่งนายมงคลกิตติ์ได้นำไปมอบให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และอ้างว่าตัวภาษาอังกฤษเป็นโค้ด แยกประเภทเด็กฝากและนักเรียนที่จ่ายเงินแป๊ะเจี๊ยะ แต่จริงๆแล้วตัวอักษรที่ต่อท้ายรายชื่อ ไม่ใช่โค้ดเด็กฝาก หรือแป๊ะเจี๊ยะ แต่เป็นโค้ดแสดงสายการเรียนของเด็กแต่ละคน
       
       ขณะที่นักเรียนชั้นม.6 อีกรายหนึ่งกล่าวว่า ถ้านักเรียนรอบบ่ายทำตัวดีขึ้นและตั้งใจเรื่องมากขึ้น ให้คุ้มกับโอกาสที่ได้เข้ามา ก็น่าจะทำให้ความรู้สึกขอวงนักเรียนคนอื่นๆและบรรยากาศในโรงเรียนดีขึ้น แต่จริงๆแล้วนักเรียนบดินทรเดชาฯ ไม่เห็นด้วยกับมาตรการรับรออบบ่อย เพราะนั้นจะเป็นการเป็นสร้างบรรทัดฐานว่าการประท้วงจะทำให้ได้ทุกอย่าง กติกาไร้ความหมาย โดยส่วนตัวเห็นว่า มาตรการรอบบ่ายไม่ใช่เรื่องของการให้โอกาส เพราะจริงๆแล้วโรงเรียนได้ให้โอกาสนักเรียนที่เรียนอ่อน ได้มีโอกาสสอบคัดเลือกเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวน่าจะใช้โอกาสให้เท่าๆกับคนอื่น

ไปตามอ่านได้
http://www.pantip.com/cafe/social/topic/U12198213/U12198213.html
 เรื่องที่น่าจะจบvote   ติดต่อทีมงาน
ในฐานะลูกบดินทร โกรธมากที่เอาชื่อเสียงมาเล่นงาน เพื่อให้ตัวเองได้เป็นที่รู้จักในสังคม

จะขึ้นมา ก็ไม่น่าจะต้องใช้การเหยียบหัวคนอื่น หรือเหยียบสถาบันคนอื่นขึ้นมาแบบนี้

คนแบบนี้หาความเจริญ ยาก

ใครเป็นลูกบดินทร หรือใครอยากประจานไอ้แว่น โปรดให้ Gift และ Share ใน social media ด้วยครับ

แก้ไขเมื่อ 06 มิ.ย. 55 10:04:08


จากคุณ: เอ็กซ์คันเกียร์  
เขียนเมื่อ: 6 มิ.ย. 55 09:59:35 
ถูกใจ: Prisca-proudneckSpiritDraconis208ฝายน้ำwatashi no namae wa tsuyumrchamod




วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ม.ปลายเวียดนาม ลอกข้อสอบสนั่น ครูช่วยอีกต่างหาก

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- การทุจริตในการสอบซึ่งเวียดนามถือเป็นมะเร็งร้ายในระบบการศึกษาได้ปรากฏอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ คลิปที่ถูกนำขึ้นเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นการลอกข้อสอบกันอย่างโจ่งครึ่ม ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนถูกสั่งย้ายด่วน และผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการอำเภอถูกสอบสวน


ข้อมูลนี้จาก http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9550000069510 
       
       เหตุเกิดในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการสอบปลายภาค เพื่อจบการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 กว่า 960,000 คนทั่วประเทศ
       
       คลิปที่นักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายดอยโง (Doi Ngô) ใน จ.บั๊กซยาง (Bắc Giang) ทางตะวันออกกรุงฮานอย ถ่ายในชั่วโมงสอบวิชาเคมี ไม่เพียงแต่จะเห็นนักเรียนในห้องสอบส่งโพยคำตอบต่อๆ กันไปเท่านั้น ครูผู้ควบคุมการสอบเองยังช่วยนักเรียนส่งโพยอีกด้วย
       
       วิดีโอคลิปความยาวรวมกันประมาณ 10 นาทีนี้ ส่งไปถึงมือของครูอาชีพผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในการจับการทุจริตในการสอบปลายภาคประจำทุกปี ซึ่งได้ส่งต่อไปให้คณะกรรมการควบคุมการสอบในระดับประเทศ พร้อมกับส่งให้สื่อออนไลน์ต่างๆ และในเวลาเพียงข้ามวันคลิปทุจริตสอบฉาวโฉ่นี้ก็แพร่ออกไปอย่างกว้างขวางผ่านอินเตอร์เน็ต โดยแบ่งออกเป็นหลายๆ ตอน
       
       กระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมได้มีคำสั่งด่วนให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมปลายดอยโงออกจากพื้นที่และสั่งสอบสวนผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการฯ จังหวัดฐานบกพร่อง
       
       กระทรวงฯ กำลังรอผลการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการในขั้นต่อไป ซึ่งโดยวิถีปฏิบัติก็คือการทุจริตจะส่งผลให้การสอบที่สนามสอบแห่งนั้นเป็นโมฆะและนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดสอบตก ครูผู้ควบคุมที่ช่วยเหลือนักเรียนทำการทุจริตจะถูกลงโทษทางวินัย หนังสือพิมพ์ออนไลน์ภาษาเวียดนามเดิ๊ดเหวียด (Báo Đất Việt) รายงาน
       
       อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดรวมทั้งกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือล้วนถูกต้องห้ามนำเข้าไปในห้องสอบ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนที่ลอกข้อสอบกัน ตลอดจนครูผู้ควบคุมการสอบชะล่าใจ มิได้ระแวงสงสัย
       
       ไม่มีการเปิดเผยว่านักเรียนที่ถ่ายคลิปเอาไว้นำกล้องดิจิตอลเข้าไปในห้องสอบได้อย่างไร แต่ได้แสดงให้เห็นถึงการหละหลวมของผู้คุมห้องสอบ เดิ๊ตเหวียดกล่าว
       
       ภาพเคลื่อนไหวในคลิปปรากฏเป็นวันที่ 15 มี.ค.2552 นักเรียน (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ที่ถ่ายคลิปบอกกับสำนักข่าวซเวินจี๊ว่า เขาเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับการตั้งวันเดือนปีในกล้อง
       
       แต่สื่อออนไลน์และหนังสือพิมพ์รายวันหลายสำนักต่างยืนยันว่า เป็นคลิปที่ถ่ายในวันเสาร์ ตรวจสอบได้ทั้งเวลา สถานที่และตัวบุคลที่เกี่ยวข้อง
       
       นายเหวียนดึ๊กเฮี่ยน (Nguyễn Đức Hiền) ผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการฯ จังหวัด ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง และเริ่มการสอบสวนกรณีทุจริตนี้ในวันอังคาร 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานในเว็บไซต์
       
       การสอบปลายภาคเพื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในวันเสาร์และวันจันทร์นี้ นักเรียนทั่วประเทศจะสอบวิชาเดียวกันทั้งหมด คือ คณิตศาสตร์ วรรณคดี ภาษาต่างประเทศ เคมี ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ในขณะที่นักเรียนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง สามารถเลือกสอบวิชาฟิสิกส์แทนภาษาต่างประเทศได้
       
       หลายปีมานี้เวียดนามได้ปราบปรามการทุจริตการสอบปลายภาคของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างเคร่งครัด มีการจัดเตรียมสนามสอบทั่วประเทศอย่างรัดกุม ใช้บุคคลากรกว่าแสนคนในการควบคุม ในนั้นหลายหมื่นคนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจข้อสอบ
       
       สำหรับสนามสอบในจังหวัดที่ล่อแหลมต่างๆ กระทรวงศึกษาธิการฯ ใช้บุคคลากรจากส่วนกลางลงไปดำเนินการทั้งหมด เดิ๊ตเหวียดกล่าว.
       
       


มะเร็งในระบบ
Tuoi Tre/Dan Tri

เปิดคอร์สเด็กไทยเรียนภาษาพม่ารับประชาคมอาเซียน


เปิดคอร์สเด็กไทยเรียนภาษาพม่ารับประชาคมอาเซียน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์6 มิถุนายน 2555 16:04 น.
ข้อมูลนี้จาก :  http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000069451  
       มูลนิธิร่มฉัตร จับมือ สสค.สอนภาษาพม่าให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ด้าน รองปลัด ศธ.ระบุ ศธ.หนุนให้โรงเรียนตะเข็บชายแดนเรียนภาษาเพื่อนบ้าน
     
       วันนี้ (6 มิ.ย.) มูลนิธิร่มฉัตรร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (สสค.)จัดพิธีเปิด “โครงการพัฒนาต้นแบบสาธิตชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” พระธรรมภาวนาวิกรม รองเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในฐานะประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า มูลนิธิร่วมฉัตรร่วมกับ สสค.เปิดห้องศึกษาอาเซียน รวมทั้งมีการเปิดห้องเรียนอาเซียน ซึ่งเป็นหลักสูตรภาษาพม่าระยะสั้น เพราะประเทศพม่า เป็นประเทศที่น่าจับตามอง มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และชาวพม่าเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมากด้วย ตนเห็นว่าควรส่งเสริมเรื่อง ภาษาเพื่อนบ้าน พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมอาเซียน ให้แก่ชุมชนวัดไตรมิตรฯ เพื่อเป็นการสร้างจุดแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ถ้าชุมชนใดตื่นตัว จะเกิดประโยชน์กับคนในชุมชนอย่างมาก
     
       ด้านดร.วาสนา เลิศศิลป์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า พระธรรมภาวนาวิกรม ได้ให้คำแนะนำว่า นอกจากภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ย่านนี้ควรเพิ่มภาษาพม่าหลักสูตรระยะสั้นให้แก่ประชาชน โดยเปิดสอนทุกวันเสาร์ วันละ 3 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง รุ่นละ 30 คน โดยมีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาเป็นผู้สอน ทั้งนี้ จะเน้นการเรียนการสอน 3 ส่วน คือ วัฒนธรรมพม่า วิถีชีวิตสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ และเรื่องของภาษา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้าอบรมเมื่อเรียนจบคอร์สจะมีการประเมินผลด้วยว่า ได้รับความรู้มากน้อยแค่ไหนหลังและจะมีการออกเกียรติบัตรให้ 
     
       ถามว่า จะมีการขยายไปเป็นหลักสูตรในห้องเรียนหรือไม่นั้น ดร. วาสนา กล่าวว่า ขอดูผลประเมินจากเรียนหลักสูตรระยะสั้นก่อน ถ้าประสบผลสำเร็จจะมีการพิจารณาอีกครั้ง
     
       ขณะที่ น.ส.จุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงที่สุดสำหรับเยาวชนไทยในขณะนี้ ก็คือ เรื่องของภาษา เด็กไทยไม่กล้าพูด ที่สำคัญการสอนภาษาจะให้ได้ประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย ว่าคนนั้นสนใจมากน้อยแค่ไหน เพราะการเรียนภาษานั้นไม่ใช่เรียนจบในห้องเรียน จะต้องกลับมาฝึกฝนต่อที่บ้านด้วย
     
       “ขณะนี้ ศธ.กำลังส่งเสริมให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น อย่างเช่น จังหวัดสุรินทร์ จะเรียนภาษาเขมรเพิ่มเติม และเด็กและเยาวชนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เรียนภาษาไทย เช่นกัน ถ้าปี 2558 เปิดประชาคมอาเซียน จะเกิดการแข่งขันทางด้านวิชาชีพ ใครสามารถพูด เขียน ได้หลายภาษาจะได้เปรียบ” น.ส.จุไรรัตน์ กล่าว

เครือข่ายผู้ปกครองชลชาย ONLINE